Chapter 1
ต่างคนต่างก็มีคนที่เคยรักและแอบรัก
ความไม่ลงตัวที่ห่างกันสุดขั้วนี้จะทำให้คอนสองคนมาบรรจบกันได้นั้น จริงหรือ?
ไม่มีสิ่งใดที่จะบอกได้นอกเสียจาก
......พรหมลิขิต.....
ดวงตากลมโตหรี่ปรือขึ้นช้าๆจนสามารถรับความรู้สึกในยามเช้า มือเรียวสวยดันพื้นเตียงนุ่มก่อนจะชันกายลุกขึ้นนั่ง ฝ่ามือเนียนละเอียดข้างหนึ่งกดเน้นย้ำที่ต้นคอราวกับสะบัดความเมื่อยขบ
พลันสายตาก็สอดส่ายไปยังจุดเดิมโดยอัตโนมัติ มันมักจะเป็นเช่นนี้อยู่บ่อยไป ที่โซฟากำมะหยี่สีแดงสดจะถูกชายร่างไม่เล็กยึดครองไว้
หึ...ปาร์ค ยูชอนเป็นถึงเจ้าของไนท์คลับอันดับหนึ่งของเกาหลี
แต่กลับมานอนแอ้งแม้งไม่เป็นท่าอยู่ที่โซฟาห้องเขาอยู่ร่ำไป
ห้องของเขาที่ก็พูดไม่ได้เต็มปากนักว่ามันคือของเขาโดยสมบูรณ์ ตราบใดที่มันยังเป็นส่วนหนึ่งของไนท์คลับแห่งนี้ คลับที่มีชื่อว่า อีรอส หรืออีกความหมายหนึ่งก็คือ คิวพิด และแน่นอนว่าสัญลักษณ์ของคลับแห่งนี้ก็คงจะหนีไม่พ้นรูปกามเทพเด็กตัวน้อยๆที่ถือคันธนูเตรียมแผลงศร
ทั่วทั้งไนต์คลับรวมไปถึงห้องของเขาจะถูกประดับประดาตามตำรากรีกโบราณราวกับลอกมาทั้งดุ้น สีหลักแห่งนี้แน่นอนว่ามันคือสีขาวและสีแดง อีกทั้งลวดลายแกะสลักอันละเอียดวิจิตรหรูหราของบานประตู ลายหน้าต่าง ขอบบานกระจกเงา หรือแม้แต่เครื่องเรือน เตียงนอน โต๊ะ ตู้ต่างๆก็ล้วนแล้วแต่ทำให้แจจุงรู้สึกว่าตนเองได้หลุดเข้าไปอยู่ในอาณาจักรโรมันเข้าเสียแล้ว
และความคิดต่างๆของแจจุงก็ต้องสะดุดลงที่เสียงละเมอเพ้อพกของอีกคน
แชยอนจ๋า....อื้อ แชยอน...
หนอย ... ปาร์ค ยูชอน ไปตายซะเถอะ
เร็วปานสายลมหมอนข้างใบแข็งถูกเขวี้ยงออกไปเต็มแรงจนปะทะเข้าที่ใบหน้าของคนฝันหวานไม่ถูกที่ถูกเวลาเข้าไปเต็มๆ แจจุงร้อง บิงโก!! ในใจ
อ่ะ โอ้ย อือ... มันคงจะไม่รู้สึกเจ็บถ้าไม่โดนเข้าที่เบ้าตาทั้งสองข้างเต็มๆ
ทำอะไรน่ะแจจุง มันเจ็บนะ... คนถูกกระทำร้องโวยวายในขณะที่มือข้างหนึ่งหยิบหมอนของกลาง ส่วนอีกข้างก็ขยี้หัวที่ฟูอยู่แล้วจนกลายเป็นสิงโตเข้าไปอีก
ก็ปลุกนายไง คนสวยตอบหน้าตาย ก่อนจะเลิกผ้าห่มที่คลุมเอวบางเอาไว้ออก ก่อนจะเดินไปมองบรรยากาศยามเช้าที่สวนหย่อมด้านล่าง
ปลุกหรือจะลอบฆาตกรรมกันแน่ฮะ... ยูชอนปาหมอนลงกับพื้นก่อนที่จะเดินมานั่งบนเตียงที่ไร้เจ้าของ
หึ ถ้าฉันจะฆ่านายนะ ฉันเอาหมอนอุดปากนายไปตั้งแต่คืนแรกที่นายมาก่อกวนความสงบในห้องฉันแล้ว แจจุงกล่าวด้วยใบหน้าทีเล่นทีจริง
อารมณ์ดีแล้วสิ... ยูชอนแกล้งถามไป ทั้งๆที่รู้คำตอบดีอยู่แล้ว เขานี่ล่ะที่ดูแจจุงออก
งั้นมั้ง... ตอบห้วนๆแต่อีกคนก็ชินเสียแล้ว
หิวยัง
ไม่หิวหรอก ก็เพิ่งกินไปตอนเที่ยงคืนกว่าๆนี่
แต่ฉันหิว อีกฝ่ายตอบอย่างอ้อนๆ
แล้วไง ฉันไม่กระเพาะกว้างเหมือนนายนะ หิวก็ลงไปหาไรกินสิ แจจุงบอกปัดๆอย่างรำคาญ
แจจุง เมื่อคืนใครทำให้นายหัวเสียเหรอ? ยูชอนรอจังหวะที่จะถามอยู่นาน เมื่อแทรกได้ก็ต้องแทรก
เรื่องเดิมๆ ฉันชินและ ใบหน้าสวยมองตรงออกไปนอกหน้าต่างไม่ก้มไม่เงย แต่มันนิ่ง นิ่งเสียจนคนมองรู้สึกถึงความเคว้งคว้างในสายตาคู่นั้น
ถ้านายไม่อยากทำ ชั้นว่า...
ฉันเต็มใจทำ อย่างน้อยก็เพื่อตอบแทนในสิ่งที่นายทำให้ฉัน แจจุงจำได้ว่าตนพูดประโยคนี้มานับไม่ถ้วน และเขาก็จะพูดมันต่อไป
งั้นเดี๋ยวชั้นไปอาบน้ำก่อนนะ ไม่คิดจะต่อความยาวสาวความยืดเพราะเขารู้ดีว่า แจจุง เป็นอย่างไร ไม่คือไม่ หรือถ้าลองตกลงว่าใช่แล้วล่ะก็อะไรก็ฉุดไว้ไม่อยู่
นี่ก็เข้าสู่เดือนที่เจ็ดแล้ว ที่แจจุงจับพลัดจับผลูมาอยู่ที่อีรอส ยูชอนจำได้ตราตรึงในใจอย่างไม่เคยลืมช่วงเวลาแรกที่ได้พบกับแจจุงเลย
..........................................
...............................
..................
สายฝนเทกระหน่ำควบคู่ไปกับเสียงฟ้าร้องลั่นราวกับสัตว์ร้ายคำรามหาเหยื่อ ลมพายุโหมกระหน่ำเสียจนต้นไม้และเสาไฟฟ้าบางต้นล้มระเนระนาด แต่กลับมีหนึ่งร่างที่นั่งอยู่ริมฟุตบาทของถนนอย่างไม่กลัวเกรง
ยูชอนที่กำลังขับรถสปอร์ตสีดำคันหรูกลับไนท์คลับเบรกรถลงกะทันหัน มันจะไม่เป็นเช่นนั้นหากเพียงแต่ว่าใบหน้าหวานที่แหงนเงยขึ้นมามีดวงตาที่เศร้าสร้อยราวกับว่าจะทำให้เขาร้องไห้ แต่น่าแปลกที่ดวงตาเหงาคู่นั้นไร้ซึ่งน้ำตาแม้แต่หยดเดียว
และนั่นคือจุดเริ่มต้นระหว่างเขาและแจจุง
ยูชอนพาแจจุงมาที่ไนท์คลับ ใบหน้าและรูปร่างที่งดงามเกินคำบรรยายทั้งๆที่ก็รู้ว่าเป็นชายของแจจุงนั้นทำเอายูชอนรู้สึกพิเศษเหนือคนอื่น แต่นั่นมันก็มิใช่ความรัก เขาดูแลแจจุงแบบเพื่อนเพื่อลดความห่างและความรู้สึกอึดอัดในสถานที่ใหม่ๆและกับผู้คนแปลกหน้า
ถึงแม้จะเรียกได้ว่าเป็นผู้ที่สนิทกับแจจุงมากที่สุดในขณะนี้ แต่อดีตของแจจุงเขาเองก็มิอาจเดาได้ แจจุงไม่เคยปริปากบอกใคร ใบหน้าที่นิงเฉยไร้ความรู้สึกเก็บซ่อนความเจ็บปวดเอาไว้ยังส่วนที่ลึกที่สุดในหัวใจ และเขาก็ไม่คิดที่จะเซ้าซี้ถามไม่ใช่เพราะกลัวแจจุงไม่ตอบ แต่เป็นเพราะตนเองไม่อยากให้แจจุงรื้อฟื้นมันขึ้นมาอีก
หลังจากนั้นไม่กี่อาทิตย์ แจจุงก็ขอเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของพนักงานที่นี่แทนที่จะอาศัยอยู่ฟรีๆ แน่นอนล่ะว่ายูชอนคว้าหัวชนฝา เมื่อได้ยินแจจุงบอกว่าเขาจะมาเป็น Sexy Dance ของคลับแห่งนี้
ทำไม นายหึงชั้นเหรอ? นั่นคือคำที่แจจุงถามหลังจากมองผมหัวฟัดหัวเหวี่ยง
ไม่ใช่เว้ย แต่ไม่ได้ๆ หน้าตาแบบนายรับรองไม่รอดปากเหยี่ยวปากกาไปได้พ้นสองคืนหรอก
หึ ไม่ลองก็ไม่รู้ แจจุงยังคงนั่งไขว่ห้างเอามือกอดอกอย่างสบายใจ
หยุดความคิดบ้าๆนี่เลยนะ แจจุง ผมเอามือชี้หน้าเจ้านี่ ก่อนจะบอกคำค้านออกไป
ไม่ ชั้นจะทำมันเป็นสิทธิ์ของชั้น แต่ลองคุณแจจุงตัดสินใจจะทำอะไรแล้ว ใครก็ค้านไม่ได้
แต่ชั้นไม่จ้างนาย ผมเองก็ไม่ลดละความพยายามหรอก
งั้นชั้นไปล่ะ ลาก่อน...
เอ้ยๆๆ....เดี๋ยวเซ่....
และนั่นคือจุดเริ่มต้นของ
Hero Sexy Dance
ราชินีของไนท์คลับอีรอส
.............................................
...................................
...................
และคืนนี้ก็เป็นอีกคืนที่หนุ่มหน้าสวยต้องออกวาดลวดลายอีกครั้ง
ณ ชั้นลอย ของอีรอสแสงไฟสีแดงสลัวสลับไปมาเข้ากับจังหวะอันเร้าใจของเพลงที่ดังลั่นราวกับจะช่วยปลดปล่อยความตรึงเครียดของผู้ที่มาใช้บริการ บนฟลอร์เต้นแดนซ์นั้นถูกยกระดับให้สูงขึ้นประมาณช่วงไหล่ของผู้ชม เพื่อจะได้มองเห็นกันทั่วถึง บาร์เหล้าเบียร์ชั้นดีถูกตั้งไว้ล้อมรอบทั่วบริเวณลานกว้างที่ถูกประดับประดาด้วยเสาโรมันสีขาวบริสุทธิ์ที่ตกแต่งด้วยเถาวัลย์กุหลาบแดงเลื้อย โคมไฟโบราณส่องแสงสลัวตามมุมเสาทุกต้นนั้นก็ยิ่งช่วยเพิ่มความรู้สึกต้องมนต์เสน่ห์แห่งรูปธรรมมากขึ้นไปอีก ช่างเป็นการเชิญชวนที่ถูกที่ควรยิ่งนัก
แต่ไหนเลยวัตถุจะมามีบทบาทเหนือมนุษย์ได้เล่า ร่างกายบอบบางส่ายอ้อนไปทั่วทุกอณูแห่งพื้นที่บนฟลอร์ เส้นผมชุ่มเหงื่อสะบัดปลิวไปตามแรง ดวงตากลมโตหรี่ปรือไล่กวาดไปทั่วทั้งบริเวณราวกับไม่อยากจะให้เหยื่อสักรายหลุดรอดไป เรียวลิ้นชื้นสีแดงสดและเล็มไปทั่วริมฝีปากอิ่มเอิบของตนเองอย่างกระหายในรสกามอารมณ์ ฝ่ามือเนียนนุ่มลูบไล้ไปยังแผงอกนวลกระจ่างที่ซึ่งไร้อาภรณ์ใดๆปกปิดอย่างยั่วยวน สะโพกกลมมนโยกย้ายเนิบนาบสลับถี่รัว มืออีกข้างที่ว่างไว้เลื่อนลงมาจับตรงช่วงรางดุมของกางเกงสแลคสีดำที่ถูกปลดซิบออกไปแล้ว เจ้าตัวกระชากกระดุมออกกระเด็นหลุดทันทีในครั้งเดียว ก่อนจะวางมือไว้ที่ตรงนั้นพร้อมๆกับส่ายสะโพกไปตามเสียงเพลงอย่างบ้าคลั่ง
คิม แจจุง ทำเอาหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ น้ำลายหกกันไปเป็นทิวแถว
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
จินโทนิคแก้วนึง เสียงแหบเสน่ห์เอ่ยขึ้นกับบาร์เทนเดอร์ที่รู้จักกันเป็นอย่างดี
ขอผมด้วยสิ เสียงหนึ่งดังขึ้นแทบจะในทันทีที่ร่างบางกล่าวจบ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็นเสียงใคร
พรุ่งนี้ไม่มีสอบหรือไง? แจจุงถามไปทันที พร้อมกับทำหน้าหน่ายๆ
มีครับ ก็เลยต้องมาชาร์ตพลังนี่ไง คำตอบกวนๆของคนข้างๆนี่แทบจะทำให้แจจุงลุกหนี แต่ว่าเขาก็ไม่ทำ
ถ้าชั้นเป็นพ่อแม่นายคงไม่ปล่อยให้นายมาผลาญเงินอยู่ที่นี่หรอก ราวกับจะสั่งสอน แต่จริงๆก็เพื่อเตือนสติ
โอ้ย พวกเขาไม่ว่างมานั่งจับผิดผมหรอกครับ ป่านนี้คงประชุมกับผู้นำด้านการค้าโลกที่แอลเออยู่มั้ง คำตอบราวกับว่ามันคือเรื่องจิ๊บจ้อยทำเอาแจจุงเบ้หน้า มือเรียวคว้าแก้วเหล้ามาจิบก่อนจะเขย่าแก้วฟังเสียงน้ำแข็งอย่างผ่อนคลาย
หนุ่มน้อย ชิม ชางมินลูกชายท่านรัฐมนตรีด้านการค้าของเกาหลีจ้องมองใบหน้าสวยงามที่เขาหลงใหลมานานนับเดือน ครั้งแรกจำได้ว่าเขามาที่คลับนี้เพราะคำเชิญชวนของเพื่อน และเขาก็เบื่อที่จะต้องรีบกลับบ้านหลังโตเพียงเพื่อจะไปทานข้าวที่แม่บ้านทำเตรียมไว้ให้ ชางมินกำลังเรียนอยู่ที่มหาวิยาลัยอินเตอร์ชื่อดังในโซลเป็นปีแรก รูปร่างหน้าตาที่หล่อเหลาน่าเอ็นดูและฐานะที่ใครได้ฟังก็ต้องตาลุกวาว ทำให้มีสาวๆและหนุ่มๆมาติดพันเป็นจำนวนมาก แต่เจ้าตัวก็ปฏิเสธกลับไปทุกรายเหตุเพราะหลงเสน่ห์ใบหน้าขาวสวยข้างๆนี้
แจจุง....
พี่แจจุง... เสียงแหบหวานกล่าวลอยๆ ทำเอาคนข้างๆเม้มปากแน่น
แจจุงอ่า... แต่ชางมินก็ยังคงดื้อ
อย่ามาลามปาม ...เรียกชั้นว่าพี่แจจุง... และชางมินก็ยังคงไม่รู้ว่าแจจุงน่ะ ดื้อกว่า
โอเคๆ พี่แจจุงก็พี่แจจุง พรุ่งนี้ไปทานมื้อค่ำกับผมนะครับนะ เสียงนุ่มเอ่ยอย่างน่ารักพลางอ้อนนิดๆ
ไม่ได้ พรุ่งนี้มีโชว์
งั้นหลังโชว์เสร็จก็ได้ครับ ชางมินยังคงตื้อไม่เลิก
ก็บอกว่ามะ...
ไปเถอะ แจจุง... เสียงของผู้มาใหม่ดังขึ้น แจจุงยักไหล่อย่างเซ็งๆ
คุณยูชอน สบายดีเหรอครับ ชางมินทักทายเจ้าของไนท์คลับอย่างเป็นกันเอง
สบายดีครับ แจจุงพรุ่งนี้ไปทานข้าวกับคุณชางมินนะ
ชั้นขี้เกียจออกไปข้างนอก... แจจุงบอกปัดแต่ยูชอนนั้นรู้ดี
พรุ่งนี้ชั้นก็มีนัดทานข้าวเหมือนกัน นายไม่ต้องห่วงว่าชั้นจะไม่มีเพื่อนกินข้าวหรอก คำย้อนที่ได้ยินทำเอาแจจุงรู้สึกเสียหน้า
บ้า ใครเค้าห่วงนายกัน...ไปก็ไปสิ..
งั้นตกลงตามนี้นะ พรุ่งนี้ไปทานข้าวกับคุณชางมิน... พูดจบก็เดินจากไป โดยมีสายตาลอยๆมองตาม
คุณยูชอนนี่ดีจังนะครับ... ชางมินกล่าวอย่างชื่นชม ยามเมื่อคนที่พูดถึงทำให้ความหวังของตนเป็นจริง
คนอย่างหมอนั่น มีดีตรงไหนกัน... แจจุงกล่าวอย่างแผ่วเบาราวกับจะบอกกับตัวเอง
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
ณ ร้านอาหารญี่ปุ่นชื่อดัง
ยูชอนกำลังนั่งมองใบหน้ายามเศร้าโศกของผู้ใหญ่ทั้งสองท่านอย่างเห็นอกเห็นใจ ทำไมเขาจะไม่รู้ว่ามันเกิดเรื่องอะไรขึ้นก็ในเมื่อหนังสือพิมพ์เกือบทุกฉบับในโซลพาดหัวข่าวเรื่องของเพื่อนเขาทุกวันในช่วงหลายอาทิตย์ที่ผ่านมา มือเรียวเอื้อมไปหยิบทิชชู่มาส่งให้คุณอาผู้หญิงก่อนที่เจ้าตัวเอานำไปซับน้ำตาที่พลั่งพรู
ยูชอนช่วยอาทีนะ อาไม่รู้จะไปพึ่งใครแล้ว เสียงของชอง ชิโฮดังขึ้นอย่างอ่อนล้า พลางจ้องไปที่ใบหน้าของเพื่อนคนสนิทของลูกชายตน
ผมเข้าใจความรู้สึกของคุณอาทั้งสองดีครับ แต่ยุนโฮมันไม่เอาใครเลย เขาเองก็จนปัญญา เพราะว่าก็แทบจะช่วยทุกวิถีทางแล้วที่จะทำให้เพื่อนรักกลับมามีชีวิตชีวาขึ้นเหมือนเมื่อก่อน
อารู้ ฮึก แต่เราจะปล่อยให้ยุนโฮเป็นแบบนี้ต่อไปเหรอ? เสียงของคุณอาผู้หญิงกล่าวพลางสะอื้น
ผมไม่ได้หมายความเช่นนั้นครับ ผมเพียงแต่คิดว่าบางทีเวลาอาจจะช่วยได้...
แล้วเมื่อไหร่ล่ะยูชอนฮึก เป็นอาทิตย์ เดือน หรือเป็นปี ฮึก สิบปี หรือตลอดไปจนกว่า ฮึก ชีวิตของอาจะดับไป คุณนายชอง นาบิน ร่ำไห้อย่างหน้าสงสารที่ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนคนโตของบ้านต้องมาเสียผู้เสียคนเพียงเพราะผู้หญิงคนเดียว
ผม...
อาขอร้องนะยูชอน พวกอาสองคนจนปัญญาแล้วจึงมาขอร้องเรา ในฐานะที่อีกหน่อยเราเองก็จะมาเป็นหนึ่งในครอบครัวของอาแล้ว ได้ไหมยูชอน ชอง ชิโฮเอ่ยอย่างเว้าวอนไปยังอีกคนที่จะมาเป็นลูกเขยเขาในไม่ช้านี้
เอ่อ เฮ้อ ก็ได้ครับ ผมจะลองพยายามดูอีกครั้ง ยูชอนบอกรับออกไปพร้อมๆกับความรับผิดชอบที่หนักอึ้งไปทั้งหัวใจ
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
คีย์การ์ดสีทองถูกสอดเข้าไปที่ช่องใกล้ลูกบิดประตูไม้สักสีขาวบานกว้างขนาดสองบานติดก่อนที่จะพลักมันออกเบาๆ ความอับชื้นที่กระทบจมูกทำให้ต้องหันหนีออกมาด้านนอกเพื่อสูดอากาศที่บริสุทธิ์กว่าเข้าไป ยูชอนส่ายหัวอย่างปลงๆก่อนจะสูดลมหายใจเข้าไปเต็มปอดแล้วจึงเดินเข้าไป
ความมืดทะมึนทำให้เพนเฮาส์กว้างขวางโอ่อ่าหรูหรานั้นเป็นเพียงแค่ภาพในอดีต หน้าต่างกระจกบานใหญ่ถูกต้นไม้เลื้อยที่เจ้าของห้องเคยปลูกเอาใจคนรักเกาะแน่นจนแสงสว่างลอดเข้ามาเพียงน้อยนิด พื้นพรมเกิดควันขาวๆของฝุ่นขึ้นมาทันทีที่เท้าของชายหนุ่มย่ำลงไป ชุดอาหารอย่างดีที่ยังคงมีฝาสีทองคลุมปิดนั้นวางนิ่งอยู่บนโต๊ะกึ่งหินอ่อนกึ่งแก้วหนามีสไตส์แต่มีฝุ่นหนาเป็นนิ้วเกาะอยู่เต็มไปหมด
ยูชอนส่ายหน้าอย่างเอือมระอา ครั้งสุดท้ายที่เขาเข้ามาในห้องนี้มีสภาพเป็นเช่นไรก็ดูเหมือนไม่แตกต่างกันมากนัก มีแต่จำนวนขวดเหล้าที่ระเนระนาดไปทั่วทั้งห้อง นี่สินะคนที่มีอารมณ์ศิลปิน อกหักรักคุดขึ้นมาหน่อยก็จะเป็นจะตายเซ้นส์ซิทีปกว่าชาวบ้านชาวเมืองเขา แล้วนั่นเจ้าตัวปัญหาไปกองอยู่แถวไหนของห้องนี้กันล่ะ
เฮ้อ นี่มันห้องคนอาศัยหรือบ้านร้างกันแน่วะ ยูชอนสบถออกมาหลังจากที่เผลอเตะขาโต๊ะวางทีวีเข้าอย่างจัง สภาพเอียงกะเท่เล่แบบนี้แสดงว่าเจ้าตัวคงจะพยายามที่จะทำลายมันสินะ
ยูชอนเดินเข้าไปที่ห้องนอน กลิ่นของแอลกอฮอล์คละคลุ้งยิ่งกว่าด้านนอกนั่นเสียอีก เศษบุหรี่หลายสิบมวนกระจัดกระจายทั่วพื้นปะปนไปกับขวดเหล้าหลายยี่ห้อ ปลายเท้าสีซีดโผล่พ้นชายขากางเกงออกมาทำให้รับรู้ได้ว่าอีกหนึ่งสิ่งมีชีวิตอันริบหรี่นี้อยู่ตรงไหน
เฮ้อ นี่มันซากศพชัดๆ ยูชอนเอาหลังมืออังที่จมูกของคนที่หลับสนิท ใบหน้าอ่อนล้าที่ซีดเผือดทำให้เขาไม่ค่อยแน่ใจว่าหมอนี่จะยังมีชีวิตอยู่หรือไม่
อื่ม ตายยากน่าดูเหมือนกันแฮะ.... ขายาวก้าวข้ามเพื่อนของตนไปยังโทรศัพท์หัวเตียงหนาฝุ่นก่อนจะกดเบอร์ลงไปที่ยังรูมเซอร์วิส
ส่งคนทำความสะอาดขึ้นมาสักสามสี่คนนะ... พูดจบก็วางสายไปก่อนจะนึกถึงเหตุการณ์วันสุดท้ายที่เขาเจอหน้าเพื่อนคนนี้
.......................................................
.............................................
....................................
มือเรียวกดทับอยู่ที่บาดแผลเปื้อนเลือดบนหน้าฝากของตน ถ้าไม่ติดว่าคนทำคือไอ้เพื่อนตัวดีนี่ล่ะก็รับรองมันคงไม่ได้มีลมหายใจอยู่สงบๆเป็นแน่
ยูชอนมองตามมือที่คว้าแจกันใบย่อมไว้ในมือก่อนที่จะเอี้ยวตัวหลบอย่างหวุดหวิดได้เลือดอีกแผล
....ชอง ยุนโฮ มันกำลังเป็นบ้า....
ควบคุมสติหน่อยสิวะ ยุนโฮ!!! ยูชอนกล่าวอย่างเหลืออด
ออกไป ออกไปให้พ้น.... เสียงคำรามอยู่ในลำคอดังขึ้น พร้อมๆกับตาขวางๆที่แดงก่ำ
แค่ผู้หญิงคนเดียว...
หุบปาก!!!! เสียงตะคอกทำเอาความอดทนที่มีขีดจำกัดของยูชอนขาดผึ่ง
ไอ้บ้าเอ้ย อย่าอยู่เลยแก... ยุนโฮถูกผลักจนกลิ้งไม่เป็นท่า ใบหน้าเปื้อนน้ำตาที่ยังคงมีแววหล่อเหลาหันไปมาตามแรงชกของอีกคน เลือดสีแดงสดไหลลงมาจากแผลกว้างที่ระบมช้ำ
เอาเลย...ฆ่าชั้นเลย ฆ่าชั้นให้ตายไปเลย... คำพูดของเพื่อนทำให้ยูชอนชะงักหมัดค้าง ร่างกายไหวเป็นจังหวะขณะที่กำลังพยายามจะข่มอารมณ์ที่มันครุกกรุ่นอยู่ในขณะนี้
แกมันโง่ ยุนโฮ น้ำเสียงที่พยายามปรับให้เรียบนิ่งถูกเอ่ยขึ้นหลังจากเจ้าตัวควบคุมมันได้แล้ว
ใช่ ชั้นมันโง่ ขอร้องต่อไปนี้อย่ามายุ่งกับคนโง่ๆอย่างชั้นอีกเลย ใบหน้าเจ็บปวดที่คนมองรู้ได้ในทันทีว่ามันไม่ได้มาจากร่างกาย หากแต่มีเหตุมาจากก้นบึ้งของหัวใจ กำลังร่ำไห้ให้กับความโง่งมของตนเอง นั่นคือภาพสุดท้ายที่ยูชอนจากมา
..................................................
.......................................
.......................
เนื่องจากยุนโฮสลบนิ่งไปหลายชม.ห้องทั้งห้องที่เคยรกร้างก็กลับสะอาดและดูมีชีวิตชีวาขึ้นอีกครั้ง จะมีก็เพียงแต่บานหน้าต่างใบขนาดเท่าความสูงของเขาที่ยังคงถูกเถาวัลย์ปิดทึบ
.......นั่นก็คงไม่ต่างอะไรกับหัวใจของนายสินะ ยุนโฮ......
ยูชอนเดินไปนั่งที่เก้าอี้ข้างเตียงที่มีร่างอันอิดโรยของเพื่อนรักนอนอยู่ คราวเลือดเกระกรังต่างๆถูกชำระออกไปจนหมดจดแล้ว แต่กระนั้นความมัวหมองและความเศร้าก็ยังคงปรากฏอยู่ชัดแจ้งในใจของชายผู้นี้
....ยุนฮา สำคัญกับยุนโฮขนาดไหนทำไมเขาจะไม่รู้...
ยูชอนมองไปรอบๆห้องอย่างพอใจ ถ้าเกิดยุนโฮยังคงมีสติอยู่คงไม่ปล่อยให้ใครเข้ามาวุ่นวายในห้องนี้เป็นแน่...ห้องที่มีแต่ความหลังของเขาและยุนฮา
มือเรียวกดโทรศัพท์มือถือไปที่หมายเลข 1 อย่างคุ้นเคย
กินข้าวเสร็จยัง เสียงที่กรอกไปตามสายนั้นดูเหนื่อยล้าจนปลายสายนึกสงสัย
(เสร็จแล้วกำลังจะกลับ มีอะไรหรือเปล่า?)
ไม่หรอก อยากได้ยินเสียงนายน่ะ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร ทุกครั้งที่มีเรื่องไม่สบายใจเขาถึงชอบที่จะฟังเสียงของแจจุง หรือเป็นเพราะจะตะหนักดีอยู่ในอกว่าคนในสายมีเรื่องทุกข์ใจกว่าเขาหลายเท่านัก
(ประสาท อาหารที่นายกินเข้าไปมันมีพิษใช่ไหม?)
หึหึ กลับถึงคลับแล้ว นอนเลยนะไม่ต้องรอชั้น
(ใครเขาจะรอนายกัน ชั้นก็ง่วงเป็นนะ)
พลันสายตาของตนเองก็สบเข้ากับคนที่ลุกนั่งตื่นจากการนอนหลับมาตั้งแต่เมื่อใดก็ไม่อาจทราบได้ แววตาของเพื่อนรักที่เขาไม่ได้พบไม่ได้เห็นมานานแสนนาน แต่มันกลับรู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาด สายตาแบบนี้มันเหมือนกับ
.....แววตาของแจจุง....
เอ่อ แจจุง อย่าเพิ่งนอนนะ รอชั้นก่อน ชั้นมีเรื่องจะคุยด้วย เมื่อสายถูกตัดไป ยูชอนก็เกิดอาการไม่ชินขึ้นมาเสียเฉยๆ ต้องทำตัวกับมันยังไงวะก็คราวก่อนจากมาแบบไม่ค่อยสวยเลิศสักเท่าไหร่ด้วยสิเนี่ย
เอ่อนาย ตื่นแล้วเหรอ? น้ำเสียงทุ้มเก้ๆกังๆถูกส่งถามออกไป แต่แววตาที่เศร้าหมองก็ยังคงมองออกไปที่บานหน้าต่างทึบ
........................................... ไร้ซึ่งการตอบสนอง
หิวไหม?
มาทำไม? แทบจะทันทีที่คำตอบถูกสวนออกมา ยูชอนถอนหายใจกับ การโต้เถียง ต่อไปที่จะต้องเกิดขึ้น
ข้าวปลาไม่ค่อยกินแบบนี้ นายจะตายเอาได้นะ ยุนโฮ
ช่างชั้น นายไม่ต้องมายุ่ง....
ขอร้องล่ะยุนโฮ สงสารพ่อแม่นายบ้างสิ
ไม่มีชั้นท่านก็คงไม่ลำบาก
มันไม่ใช่แบบนั้น....
ชั้นอยากอยู่คนเดียว...
.....เหมือนกันไม่มีผิด....
ลองเมื่อตัดสินใจอะไรไปแล้วใครก็ค้านไม่ได้ แจจุงนายจะช่วยชั้นได้ไหมนะ??
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
อะไรนะ!! ให้ชั้นไปอยู่กับเขา... ร่างบางแหกปากโวยขึ้นมาทันทีที่ได้รับรู้เรื่องราวจากปากของยูชอน
ก็แค่จนกว่ายุนโฮมันจะหาย
แล้วถ้าเขาไม่หายล่ะ เลิกคิดเลย ชั้นไม่เอาด้วย
ถือว่าชั้นขอร้องนะ แจจุงนะ ยอมก้มหัวให้เลยก็ได้ ยูชอนทำท่าจะทำอย่างที่พูดจริงๆจนแจจุงอึกอัก ทำไรไม่ถูก
เฮ้ย ไม่ต้องๆ แจจุงยกมือห้าม
นายตกลงนะ ยูชอนพยายามจะรวบรัดตัดตอน
แล้ว...งานที่ไนท์คลับนี่ล่ะ
ไม่มีปัญหาหรอก ที่ชั้นขอร้องให้นายไปทำนั่นก็คืองานเหมือนกัน นายไม่ต้องกลัวว่าจะเห็นเป็นบุญคงบุญคุณอะไรหรอก
ไม่ใช่ แล้วลูกค้าที่คลับนายจะไม่ว่าเอาเหรอ?
อื่ม นั่นสินะชั้นลืมไปเลยว่านายน่ะเป็นราชินีของคลับชั้นนิ เอางี้ชั้นจะให้นายมาเต้นเฉพาะวันศุกร์กับเสาร์และกัน แบบนี้ก็ดี นายจะได้ไม่ต้องเหนื่อยด้วย
หึ แต่งานใหม่ที่นายโยนมา มันดูจะเหนื่อยกว่างานเก่าชั้นนะ...
ฮ่าฮ่า นายเรียกว่างานใหม่ แสดงว่าโอเคแล้วสินะ... ยูชอนดักทางอย่างรู้ทัน ทำเอาแจจุงต้องหันหนีอย่างเบื่อๆ ทำไมไม่เคยชนะลูกตื้อของหมอนี่สักทีนะ
เออๆ นายมันเจ้าชีวิตชั้นนิ แจจุงกล่าวเล่นๆ แต่ก็ทำให้อีกคนรู้สึกไม่พอใจขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว
ชีวิตนายมันเป็นของนาย ชั้นไม่เคยบังคับ งานนี้ชั้นก็ขอร้องนาย ถ้านายไม่อยากทำ.... น้ำเสียงนี้บ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าคนพูดไม่ได้สนุกด้วยเหมือนยังเคย
ชั้นล้อเล่น...นายอย่าซีเรียสได้มะ แจจุงเดินหนีอย่างไม่สบอารมณ์ขึ้นมาเหมือนกัน ร้อนใจถึงอีกคนที่ต้องมาดักหน้าไว้
อ้ะ เข้าใจแล้วน่า อย่าเพิ่งโกรธสิ...
ชั้นไม่ใช่พวกงี่เง่าขี้งอนพรรค์นั้นสักหน่อย ดวงตากลมโตค้อนให้หนึ่งครั้ง เรียกรอยยิ้มให้แก่ยูชอนได้ในทันที
แล้วจะให้เริ่มงานวันไหน?
หืม...
ดูแลนาย ชอง ยุนโฮน่ะ... แจจุงช่วยเตือนความจำให้
อ้อ พรุ่งนี้ๆ เดี๋ยวชั้นพาไปเอง...
ไม่ต้องอ่ะให้คนรถไปส่งก็พอ นายงานล้นมือนิ
อื่ม เอางั้นก็ได้...แจจุงอดทนกับมันหน่อยนะ และถ้าเกิดมันอาละวาดก็เรียกรปภ.ของโรงแรมได้เลย ชั้นสั่งไว้แล้ว... ยูชอนฝากฝังอย่างเป็นห่วง
นายจะมากังวลอะไรล่ะ ที่เลือกให้ชั้นไปทำหน้าที่นี้ ก็เพราะรู้ว่าชั้นจะต้องเอาตัวรอดได้แน่ๆไม่ใช่เหรอ แจจุงพูดก่อนจะล้มลงนอนบนเตียงของตน
นั่นสินะ... ยูชอนก็เดินไปปิดไฟก่อนที่จะล้มตัวลงนอนที่โซฟาตัวประจำ
ยูชอน เพื่อนคนนี้สำคัญกับนายมากเลยเหรอ? เสียงแหบหวานลอยตามอากาศมาในความมืด
อื้ม นอกจากเป็นเพื่อนรักแล้ว มันคือพี่ชายของคู่หมั้นชั้นน่ะ
งั้นเหรอ
นอนเถอะ พรุ่งนี้นายจะต้องเจอศึกหนัก
อื้ม ความเงียบคืบคลานเข้ามาพร้อมๆกับความมืดสงบ เวลาแห่งการนอนน่าจะทำให้ร่างบางรู้สึกง่วงงุน แต่ทว่าดวงตากลมโตใสยังคงจ้องมองไปยังความมืดรอบด้านอยู่เช่นนั้นต่อไป
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
Please,comment for us